เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและภายใต้กระแสกดดันมากมาย และไหนจะมีเรื่อง Covid-19 เข้ามาอีก แต่ก็ไม่มีอะไรมาฉุดรั้ง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้จากข้อมูลล่าสุด bloomberg วันที่ 7 สิงหาคม 2563 จัดอันดับออกมาดังนี้

หลังจากต้องเผชิญกับมรสุมหลายอย่างตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 ที่ทำให้ธุรกิจบางส่วนต้องชะลองบโฆษณาออกไป ซึ่งโฆษณาเป็นรายได้หลักของ Facebook (98.5%) การบอยคอตต์ไม่ลงโฆษณาบนโซเชียล มีเดียอย่าง Facebook และ Instagram ของแบรนด์ต่างๆ และการที่รัฐสภาสหรัฐ กำลังไต่สวน มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก อย่างหนักเกี่ยวกับประเด็นการผูกขาดธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ดูเหมือนว่าแต่หุ้นของ Facebook ก็ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับแต่จุดต่ำสุดของปีในเดือนมีนาคม หลังจากประกาศผลประกอบการทั้งในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 ซึ่งเติบโตดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เสียอีก
และถ้าคำนวณทรัพย์สินแล้ว ปัจจุบันมีทรัพย์สินอยู่ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,113,350 ล้านบาท (ร่ำรวยขึ้น 28.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว) และรวยเป็นอันดับที่ 3 ของโลก
และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก มีอายุเพียง 36 ปีเท่านั้นสำหรับตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดของโลกและถ้าไม่มีเรื่องราววุ่นวายและโรคภัยระบาด ก็ไม่แน่ว่าอาจจะขึ้นนำแซงหน้า เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของ Amazon และ บิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้ง Microsoft ก็ย่อมได้
ชาวไอทีเมามันส์สังเกตุเห็นอะไรไหม? ว่ากลุ่มมหาเศรษฐีของโลกนั้นเป็นบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีทั้งนั้น ฉะนั้นวันนี้อย่าลืมที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีแล้วนำมาใช้ประโยชน์กับตัวคุณ เผื่อจับทางถูกได้เป็นมหาเศรษฐีกับเขาบ้างว่าไหม?