ข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยีต้นเดือนเมษายน 2025 ที่หลายคนให้ความสนใจ ก็คือการที่ Automattic บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง WordPress.com, WooCommerce, Jetpack และ Tumblr ได้ปลดพนักงานกว่า 16% ของพนักงานทั้งหมด หรือประมาณ 300 คน จากจำนวนพนักงานราว 2,000 คนทั่วโลก
เรื่องนี้ไม่ใช่การปลดแบบสุ่ม แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของบริษัทที่กำลังปรับโครงสร้างองค์กรให้เหมาะกับทิศทางใหม่ โดยเฉพาะการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI มากขึ้น
Matt Mullenweg ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Automattic ได้เขียนอีเมลถึงพนักงานว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ยากที่สุดของบริษัท เขาเสริมว่าแม้จะมีความสามารถมากมายในทีม แต่ความเปลี่ยนแปลงขององค์กรเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของโลกดิจิทัล
สิ่งที่น่าสนใจคือพนักงานส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบเป็นฝ่าย การสนับสนุนลูกค้า (support roles) ซึ่งอาจแปลได้ว่า Automattic เตรียมนำระบบอัตโนมัติและ AI เข้ามาแทนที่งานในด้านนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์หลักอย่าง WordPress ที่มีการใช้งานทั่วโลก
Automattic ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พนักงานที่ถูกปลดจะได้รับแพ็กเกจชดเชยที่เหมาะสม พร้อมความช่วยเหลือในการหางานใหม่ เช่น บริการ career coaching และการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจแม้ในช่วงเวลายากลำบาก
ในขณะที่หลายบริษัทเทคฯ ต่างประสบกับกระแส “ปลดพนักงาน” ตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา Automattic ก็ถือเป็นอีกหนึ่งรายที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายเรื่องต้นทุนและการแข่งขันด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะเมื่อต้องแข่งขันกับแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์รายอื่นที่เน้นความง่ายและเร็ว
อย่างไรก็ตาม WordPress ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มีการใช้งานมากที่สุดในโลก รองรับเว็บไซต์กว่า 40% บนอินเทอร์เน็ต และยังมีฐานผู้ใช้งานระดับธุรกิจและนักพัฒนาอย่างเหนียวแน่น
ในระยะยาว คงต้องจับตาดูว่า Automattic จะเดินหน้าในยุค AI อย่างไร จะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแทนการลดคนเพียงอย่างเดียวได้หรือไม่ รวมถึงการรักษา balance ระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ในองค์กร
สรุปก็คือ…
Automattic ไม่ได้แค่ปลดพนักงานเพื่อประหยัดงบ แต่กำลัง restructure ทั้งองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และทำให้บริษัทต้องเลือก “ไปต่อ” หรือ “หยุดอยู่กับที่” ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้คือการเลือกเดินหน้าต่อ
คนในวงการเทคโนโลยีคงต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือต้องเรียนรู้และพัฒนาให้ก้าวทันเทคโนโลยี ไม่เช่นนั้นวันหนึ่งเราอาจเป็นคนถัดไปที่ต้องเดินออกจากองค์กรเช่นกัน